6 ความเชื่อที่ “ผิด” ที่เกี่ยวกับริดสีดวง

สมุนไพร รักษา ริดสีดวง

ปัจจุบันคนไทยเรานั้นเป้นริดสีดวงทวารหนักกันอย่างมาก ซึ่งพบได้หลากหลายวัยเริ่มตั้งแต่อายุ 20 ปี ไปจนถึง ผู้สูงอายุเลยก็มีนะครับ ซึ่งเชื่อว่าหลาย ๆ คนนั้นอาจจะกำลังประสบปัญหาในเรื่องของดริดสีดวงอยู่ด้วยเช่นกันและเชื่อว่าทุกคนนั้นยังมีความเชื่อที่เกี่ยวข้องกับริดสีดวงอยู่ดังนั้นในบทความนี้เราอยากจะขอพูดถึง 6 ความเชื่อที่ “ผิด” ที่เกี่ยวกับริดสีดวง มาลองดูกันดีกว่าครับว่าจะมีความเชื่อในเรื่องอะไรบ้าง

ริดสีดวง ถ้าหากผ่าตัดแล้วจะไม่กลับมาเป็นอีก

ความเชื่อผิด ๆ ของใครหลาย ๆคนเลยนั้นคือมีความเชื่อว่าถ้าหากเราเคยมีประวัติเคยผ่าริดสีดวงมาแล้ว จะไม่มีทางกลับมาเป็นริดสีดวงอีกครั้ง ซึ่งนี้เป็นความเชื่อผที่ผิดนะครับ เพราะริดสีดวงนั้นเกิดจาการที่เส้นเลือดโปร่งพอง ต่อให้เราเคยผ่าตัดไปแล้ว แต่ถ้าหากเรายังมีพฤติกรรมเดิม ๆ เช่นท้องผูกบ่อย ๆ ไม่ดื่มน้ำ นั่งถ่ายนาน แน่นอนว่าพฤติกรรมเหล่านี้ก็จะทำให้เรากลับไปเป็นริดสีดวงได้เหมือนเดิมนะครับ

สมุนไพร รักษา ริดสีดวง

ไม่ถึงกับเป้นความเชื่อที่ผิดเลยทีเดียวแต่ก็ไม่ใช่การเข้าใจที่ถูกต้อง 100 % เพราะว่าบางตัวในการรักษาด้วยสมุนไพร รักษา ริดสีดวง นั้นอาจจะไม่หายก็มีด้วยเช่นกัน แต่ถ้าถามว่าในวงการแพทย์ยาที่แพทย์ให้การยอมรับในเรื่องของสมุนไพร รักษา ริดสีดวงนั้นคือ กลุ่มเพชรสังฆาต ที่มีการสกัดจนทำเป็นยาแผนปัจจุบันเองก็สามารถใช้ได้เหมือนกัน แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นไม่ใช่ว่าสมุนไพร รักษา ริดสีดวง ทุกตัวจะสามารถช่วยรักษาริดสีดวงได้นะครับ

ห้ามทานสัตว์เนื้อแดง

มีความเชื่อว่าคนที่เป็นริดสีดวงนั้นต้องห้าม “ทานสัตว์เนื้อแดง” ซึ่งความเชื่อนี้ผมไม่ทราบเหมือนกันนะครับว่ามาจากไหน เพราะว่าไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกันมาก คนที่กำลังเป็นริดสีดวงอยู่นั้นจะต้องทานอาหารให้ครบ 5 หมู่นะครับ เพียงแต่ว่าจะต้องเน้นไปที่ผัก และ ผลไม้ ส่วนสัตว์เนื้อแดงสามารถทานได้ปกตินะครับ

กินผักเยอะ ๆ ไม่เป็นริดสีดวง

อีกข้อที่หลายคนนั้นมีความเชื่อว่า “การทานผัก และ ผลไม้เยอะ ๆ “ นั้นจะสามารถห่างใกลจากริดสีดวง ซึ่งนี้ก็เป็นความเชื่อที่ถูกเพียงแค่ครึ่งเดียวนะครับ เพราะว่าถ้าหากการทานแต่ผักและผลไม้นั้นจะทำให้อุจจาระนั้นแข็งตัวเพราะกากใยอาหาร ทำให้การขับถ่ายยากขึ้น ดังนั้นจะต้องดื่มน้ำควบคู่กันไปด้วยนะครับเพื่อที่จะได้ห่างใกลจากริดสีดวงมากขึ้นนะครับ

โรคริดสีดวงกับมะเร็งลำไส้ใหญ่

มีหลายคนที่เข้าใจผิดนั้นคือในเรื่องคนที่เป็นริดสีดวงนั้นจะกลายเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่ต่อ ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว ริดสีดวงและ มะเร็งลำไส้ใหญ่นั้นจะเป็นคนละโรคกันนะครับและ ริดสีดวงนั้นมีไม่ได้มีโอกาสที่จะพัฒนาและกลายเป็นมะเร็งนะครับ ยกเว้นว่าจะเกิดในเคสที่หากยากได้จริง ๆ กับริดสีดวงที่ผิดปกติซึ่งก็จะสามารถเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่ได้ด้วยเช่นกัน

ริดสีดวง รักษาด้วยตัวเองได้หรือไม่

อีกข้อที่สำคัญนั้นคือในเรื่องของ “ริดสีดวง”  นั้นมีหลายคนนั้นมั่นใจว่าสามารถรักษาได้ด้วยตัวเอง ซึ่งก็ทำได้จริงนะครับ แต่ว่าในระยะแรก ๆ เท่านั้นเพราะในระยะหลัง ๆ ที่รุนแรงนั้นการรักษาด้วยตัวเองนั้นโอกาสำเร็จจะต่ำมากส่วนมากในระยะที่ 3-4 นั้นควรใช้ยาเช้าช่วย หรือการผ่าตัดจะดีกว่านะครับ

ดังนั้นนี้เองจึงเป็นการเข้าใจผิดที่หลากหลายคนนั้นเข้าใจผิดนะครับ และหวังว่าบทความนี้จะช่วยให้ทุกคนหายเข้าใจผิดและเข้าใจในโลกของริดสีดวงได้มากขึ้นนะครับสำหรับใครที่มีการเข้าใจผิดที่เกี่ยวย้องกับริดสีดวงอยู่ก็ลองปรับความเข้าใจใหม่นะครับ ส่วนใครที่ยังไม่เคยเป็นก็พยายามดูแลตัวไม่ให้เป็นจะดีกว่านะครับ เพราะริดสีดวงนั้นเป็นโรคใกล้ตัวกว่าที่เราคิดนะครับ

Related Post

โรคติดหวาน

โรคติดหวาน ภัยใกล้ตัวที่คุณต้องระวังโรคติดหวาน ภัยใกล้ตัวที่คุณต้องระวัง

เมื่อพูดถึงอาหารหรือขนมที่มีรสหวาน เป็นอาหารที่ทุกคนชื่อชบอถึงจะรู้ทั้งรู้ว่าความหวานที่ได้รับจะทำให้ร่างกายต้องพบเจอกับปัญหาน่านับประการ ไม่ว่าจะเป็นไขมันที่สะสมจนกลายเป็นคนอ้วนหรือโรคร้ายที่มากับความหวาน วันนี้เรามาทำความรู้จักกันโรคติดหวานคืออะไร และสามารถแก้ไขได้อย่างไร             เมื่อร่างกายได้กินอาหารที่มีรสหวาน รสหวานจะเข้าไปกระตุ้นการทำงานของสมองให้ทำการหลั่งฮอร์โมนโดปามีน (dopamine) ซึ่งฮอร์โมนนี้จะทำให้ร่างกายจะรู้สึกมีความสุข สดชื่นและอารมณ์ดี โดยจะเห็นได้จากช่วงเวลาที่กินอาหารที่มีรสหวานเราจะรู้สึกมีความสุข ช่วงแรกการกินอาหารที่มีรสหวานเพียงเล็กน้อยก็สามารถกระตุ้นให้เกิดการหลั่งฮอร์โมนโดปามีนได้แล้ว แต่เมื่อกินอาหารที่มีรสหวานเป็นประจำ สมองจะชินกับปริมาณรสหวานที่ได้รับ ทำให้การสร้างฮอร์โมนโดปามีนลดลง ร่างกายจึงต้องการความหวานเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ เพื่อสมองทำการหลั่งฮอร์โมนโดปามีนออกมาเพิ่มขึ้นทำให้รู้สึกมีความสุข สดชื่น ดังนั้นหากคุณรู้สึกว่าอาหารหวานที่เคยรับประทานอยู่ทุกวันกินแล้วรู้สึกหงุดหงิด ไม่สดชื่น บางคนถึงขนาดที่รู้สึกเศร้าไม่มีแรงก็มี ต้องเพิ่มควานให้มากขึ้นถึงจะรู้สึกสดชื่น กระปรี้กระเปร่า หากคุณมีอาการดังกล่าวเกิดขึ้นแสดงว่าคุณมีอาการของโรคติดหวานเกิดขึ้นแล้ว ซึ่งหากปล่อยทิ้งไว้โรคติดหวานจะนำมาซึ่งโรคอ้วนและโรคร้ายแรงถึงชีวิตที่มีสาเหตุมาจากไขมันสะสมในร่างกาย เช่น โรคไขมันอุดตันในเส้นเลือด โรคหัวใจ

อากาศในห้องนอน

นอนในห้องแอร์ มีความเสี่ยงเกิดโรคอะไรได้บ้างนอนในห้องแอร์ มีความเสี่ยงเกิดโรคอะไรได้บ้าง

เครื่องปรับอากาศเป็นอีกหนึ่งเครื่องใช้ไฟฟ้าที่มีกันแทบทุกบ้าน เนื่องด้วยอากาศประเทศไทยที่ร้อนอบอ้าว ทำให้เครื่องปรับอากาศเป็นสิ่งที่จำเป็น จนบางคนนอนไม่ได้เลยถ้าไม่ได้เปิดแอร์ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ถึงแม้ว่าแอร์จะมีประโยชน์ในการทำห้องให้เย็น แต่รู้หรือไม่ว่าแอร์ก็มีข้อเสียบางอย่างเช่นกัน นั่นก็คือเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดโรคได้ ดังนั้นหากคุณมีเครื่องปรับอากาศติดตั้งเอาไว้ที่บ้านหรือในห้องนอน สิ่งสำคัญก็คือต้องหมั่นทำความสะอาดอยู่เสมอและควรมี เครื่องฟอกอากาศในห้องนอน ติดตั้งเอาไว้ด้วย ลองมาดูว่าความเสี่ยงของโรคที่เกิดจากการใช้เครื่องปรับอากาศนั้นมีอะไรบ้าง โรคที่เกิดจากการใช้เครื่องปรับอากาศ 1.โรคภูมิแพ้ เป็นโรคที่จะเกิดอันดับแรกๆ ทันทีเมื่อห้องนอนสกปรก มีฝุ่นเยอะ ซึ่งแอร์ก็เป็นอีกจุดหนึ่งในห้องนอนที่มักจะเกิดการสะสมของฝุ่นเอาไว้มากที่สุด และถ้าหากไม่ได้มีการทำความสะอาดแอร์เป็นประจำ ก็อาจจะเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดโรคภูมิแพ้ได้ 2.โรคหอบหืด โรคเกี่ยวกับทางเดินหายใจ หากเรานอนในห้องแอร์ที่มีฝุ่นเยอะๆ และไม่ได้มีการใช้ เครื่องฟอกอากาศในห้องนอน ก็อาจเกิดโรคที่เกี่ยวกับทางเดินหายใจได้ เพราะคนส่วนใหญ่ใช้เวลาในการนอนไม่น้อยกว่า 6 ชั่วโมง

รับดูแลผู้สูงอายุ

รับดูแลผู้สูงอายุ เราจะเลือกอย่างไร ให้ปลอดภัยทั้งเราและคนป่วยรับดูแลผู้สูงอายุ เราจะเลือกอย่างไร ให้ปลอดภัยทั้งเราและคนป่วย

สำหรับในปัจจุบันโลกเรานั้น “ผู้สูงอายุ” นั้นกำลังมีเพิ่มขึ้นอย่างมากในปัจจุบัน  ดังนั้นอาชีพที่มาพร้อม ๆ กับการมากขึ้นของผู้สูงอายุนั้นคือ รับดูแลผู้สูงอายุ ที่มีหลาย ๆ แบบเช่น ดูแลผู้ป่วยติดเตียง หรือ ดูและเจ้าหญิงนินทรา หรือดูและผู้สูงอายุธรรมดา หรือแม้แต่ผู้ป่วยที่เป็นผู้สูงอายุ และเราจะเลือกอย่างไรละครับ สำหรับรับดูแลผู้สูงอายุ อย่างไรให้ไว้ใจได้ทั้งเรา และ ทรัพย์สินของเรา ศึกษาประวัติให้ดี             สำหรับในพอทผู้จะเจ้ามาสมัคร รับดูแลผู้สูงอายุ นั้นจะต้องควรศึกษาประวัติให้ดี และต้องดูว่ามีความน่าไว้ใจไหม ?  เพราะว่าแต่ละคนที่เข้ามานั้นเราไม่รู้เลยว่าที่ผ่านมาเขาเป็นอย่างไร ดังนั้นทางที่ดีเราต้องศึกษาประวัติของเขามาก่อน ก่อนที่จะรับเขาเข้ามา