เทคนิคการวิ่งกับการลดน้ำหนัก

การวิ่งกับการลดน้ำหนัก

การวิ่งเป็นกีฬาที่อยู่ในช่วงกระแสนิยม ทุกอาทิตย์จะมีการจัดวิ่งเพื่อการกุศลหรือวิ่งเพื่อเงินรางวัล กีฬาวิ่งเป็นการออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอที่ช่วยกระตุ้นการเต้นของหัวใจ ดังนั้นสำหรับผู้ที่ต้องการลดน้ำหนักแล้ว การวิ่งจะช่วยลดน้ำหนักในช่วงแรกได้อย่างรวดเร็วดีกว่าการเข้าฟิตเนสเพื่อเล่นเวทเทรนนิ่งสร้างกล้ามเนื้อ ซึ่งเทคนิคการวิ่งที่ช่วยลดน้ำหนักแบบถาวร คือ

1.วิ่งช้า ๆ ก็ลดน้ำหนักได้แล้ว  การวิ่งช้าสามารถเผาพลาญไขมันได้ดีกว่าการวิ่งเร็ว ดังนั้นการวิ่งจึงสามารถช่วยลดได้ทั้งไขมันและลดน้ำหนักได้ทั้งสองอย่าง เพียงแค่ปรับระดับการวิ่งให้เหมาะสม โดยหากต้องการลดไขมันให้วิ่งช้า ๆ เพื่อที่ร่างกายจะสูดเอาออกซิเจนเข้าปอดได้ในปริมาณมากขึ้น ออกซิเจนที่เข้าสู่ร่างกายจะเข้าไปกระตุ้นกระบวนการดึงไขมันออกมาเป็นพลังงานให้กับร่างกายในการวิ่ง จึงช่วยลดปริมาณไขมันในร่างกายให้ลดลง ดังนั้นหากต้องการวิ่งเพื่อลดน้ำหนักไม่จำเป็นต้องวิ่งเร็วให้เหนื่อยหอบ แต่ควรวิ่งช้าเป็นเวลา 30 – 50 นาทีต่อวัน อาทิตย์ละ 3-5 วัน และควรหยุดพักอย่างน้อย 1 วันต่ออาทิตย์ อย่าทำการวิ่งทุกวันเพราะร่างกายจะเกิดความเครียด จนทำให้น้ำหนักไม่ลดลงได้

2. ลดน้ำหนักได้แบบถาวร การวิ่งช้า ๆ เรื่อย ๆ ไม่รีบร้อนจนมีอาการเหนื่อยหอบ จะช่วยลดปริมาณไขมันและกระตุ้นกระบวนเผาพลาญไขมันให้สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพราะการวิ่งช้าช้าร่างกายจะได้รับออกซิเจนที่เป็นตัวเร่งปฏิกิริยาการเผาพลาญไขมันให้ทำการดึงไขมันส่วนเกินที่สะสมตามอวัยวะมาใช้มากกว่าการดึงไกลโคเจนที่สะสมเป็นกล้ามเนื้อ หากระบบเผาพลาญพลังงานทำงานได้ดี เมื่อร่างกายได้รับไขมันเข้าสู่ร่างกาย ระบบเผาพลาญไขมันก็จะดึงไขมันที่ได้รับมาใหม่นี้มาเป็นแหล่งพลังงานจนหมด ไม่เหลือไปสะสมเป็นไขมันส่วนเกินเพิ่มขึ้น และหากไขมันที่รับเข้าใหม่ไม่เพียงพอก็จะดึงไขมันที่สะสมมาใช้เป็นแหล่งพลังงานในภายหลัง

จะเห็นว่าการวิ่งเป็นการลดน้ำหนักที่มีต้นทุนน้อย เพราะมีแค่รองเท้าวิ่งดีดีสักคู่สำหรับใส่วิ่ง ก็สามารถวิ่งได้ทั้งที่บ้านและสวนสาธารณะใกล้บ้าน ไม่เสียเงิน โดยการวิ่งเพื่อลดน้ำหนักต้องวิ่งช้า ๆ เรื่อย ๆ และสูดอากาศเข้าสู่ปอดให้มากที่สุด เพื่อที่ร่างกายจะได้เผาพลาญไขมันออกมาใช้ ไม่ใช่ดึงไกลโคเจนที่อยู่ในกล้ามเนื้อมาใช้เป็นแหล่งพลังงานแทน ดังนั้นหากต้องการวิ่งเพื่อลดไขมันและกระตุ้นระบบเผาพลาญไขมันให้ทำงานได้ดี ซึ่งเป็นการลดน้ำหนักแบบถาวรควรวิ่งแบบเรื่อย ๆ แล้วคุณจะมีรูปร่างที่ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ลองวิ่งวันนี้แล้วคุณจะหลงรักกีฬาวิ่งอย่างถอนตัวไม่ขึ้น

Related Post

ตรวจปัจจัยเสี่ยง

เหตุผลที่ต้องตรวจสุขภาพก่อนเข้าทำงานทุกครั้ง

สิ่งที่เราต้องเจอ ไม่ว่าจะเข้าทำงาน หรือว่าไปสมัครงานยที่ใดก็ตาม มักจะมีการตรวจสุขจภาพทุกครั้งเสมอ หลายคนก็สงสัยว่าจะตรวจมากทำไม เพราะถึงอย่างไรเราก็สามารถทำงานได้อยู่แล้ว ไม่ได้พิการอะไร นี่จึงเป็นข้อสงสัยที่หลายคนยังไม่รู้ แต่ความเป็นจริงแล้ว มันก็ถือว่าสำคัญเหมือนกันสำหรับการ ตรวจปัจจัยเสี่ยง ในการทำงาน อย่างน้อยที่สุด มันก็เป็นเหมือนใบรับรอง ว่าเราสามารถที่จะทำงานได้ และสุขภาพไม่บกพร่องที่อาจจะเป็นอันตรายต่อการทำงานได้ ลองมาดูสาเหตุที่แท้จริงกัน ว่าเขาตรวจไปเพื่ออะไร -ป้องกันอันตรายที่จะเกิดขึ้น เพราะงานบางอย่างมันก็มีความเสี่ยงเหมือนกัน อย่างเช่นงานที่เสี่ยงต่อโรคหัวใจ งานที่เสี่ยงต่อการหน้ามืดเวลาทำงาน ซึ่งงพวกนี้มันสามารถเป็นอันตรายถึงชีวิตได้เลย หากเราไม่รู้ข้อมูลเกี่ยวกับสุขภาพของตัวเราเอง ทางบริษัทเขาจึงต้องให้ ตรวจปัจจัยเสี่ยง ก่อนที่จะเริ่มงาน เพื่อที่จะได้รู้ประวัติการเจ็บป่วย หรือโรคต่างๆ ที่จะต้องระวัง

โรคติดหวาน

โรคติดหวาน ภัยใกล้ตัวที่คุณต้องระวัง

เมื่อพูดถึงอาหารหรือขนมที่มีรสหวาน เป็นอาหารที่ทุกคนชื่อชบอถึงจะรู้ทั้งรู้ว่าความหวานที่ได้รับจะทำให้ร่างกายต้องพบเจอกับปัญหาน่านับประการ ไม่ว่าจะเป็นไขมันที่สะสมจนกลายเป็นคนอ้วนหรือโรคร้ายที่มากับความหวาน วันนี้เรามาทำความรู้จักกันโรคติดหวานคืออะไร และสามารถแก้ไขได้อย่างไร             เมื่อร่างกายได้กินอาหารที่มีรสหวาน รสหวานจะเข้าไปกระตุ้นการทำงานของสมองให้ทำการหลั่งฮอร์โมนโดปามีน (dopamine) ซึ่งฮอร์โมนนี้จะทำให้ร่างกายจะรู้สึกมีความสุข สดชื่นและอารมณ์ดี โดยจะเห็นได้จากช่วงเวลาที่กินอาหารที่มีรสหวานเราจะรู้สึกมีความสุข ช่วงแรกการกินอาหารที่มีรสหวานเพียงเล็กน้อยก็สามารถกระตุ้นให้เกิดการหลั่งฮอร์โมนโดปามีนได้แล้ว แต่เมื่อกินอาหารที่มีรสหวานเป็นประจำ สมองจะชินกับปริมาณรสหวานที่ได้รับ ทำให้การสร้างฮอร์โมนโดปามีนลดลง ร่างกายจึงต้องการความหวานเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ เพื่อสมองทำการหลั่งฮอร์โมนโดปามีนออกมาเพิ่มขึ้นทำให้รู้สึกมีความสุข สดชื่น ดังนั้นหากคุณรู้สึกว่าอาหารหวานที่เคยรับประทานอยู่ทุกวันกินแล้วรู้สึกหงุดหงิด ไม่สดชื่น บางคนถึงขนาดที่รู้สึกเศร้าไม่มีแรงก็มี ต้องเพิ่มควานให้มากขึ้นถึงจะรู้สึกสดชื่น กระปรี้กระเปร่า หากคุณมีอาการดังกล่าวเกิดขึ้นแสดงว่าคุณมีอาการของโรคติดหวานเกิดขึ้นแล้ว ซึ่งหากปล่อยทิ้งไว้โรคติดหวานจะนำมาซึ่งโรคอ้วนและโรคร้ายแรงถึงชีวิตที่มีสาเหตุมาจากไขมันสะสมในร่างกาย เช่น โรคไขมันอุดตันในเส้นเลือด โรคหัวใจ

อากาศในห้องนอน

นอนในห้องแอร์ มีความเสี่ยงเกิดโรคอะไรได้บ้าง

เครื่องปรับอากาศเป็นอีกหนึ่งเครื่องใช้ไฟฟ้าที่มีกันแทบทุกบ้าน เนื่องด้วยอากาศประเทศไทยที่ร้อนอบอ้าว ทำให้เครื่องปรับอากาศเป็นสิ่งที่จำเป็น จนบางคนนอนไม่ได้เลยถ้าไม่ได้เปิดแอร์ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ถึงแม้ว่าแอร์จะมีประโยชน์ในการทำห้องให้เย็น แต่รู้หรือไม่ว่าแอร์ก็มีข้อเสียบางอย่างเช่นกัน นั่นก็คือเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดโรคได้ ดังนั้นหากคุณมีเครื่องปรับอากาศติดตั้งเอาไว้ที่บ้านหรือในห้องนอน สิ่งสำคัญก็คือต้องหมั่นทำความสะอาดอยู่เสมอและควรมี เครื่องฟอกอากาศในห้องนอน ติดตั้งเอาไว้ด้วย ลองมาดูว่าความเสี่ยงของโรคที่เกิดจากการใช้เครื่องปรับอากาศนั้นมีอะไรบ้าง โรคที่เกิดจากการใช้เครื่องปรับอากาศ 1.โรคภูมิแพ้ เป็นโรคที่จะเกิดอันดับแรกๆ ทันทีเมื่อห้องนอนสกปรก มีฝุ่นเยอะ ซึ่งแอร์ก็เป็นอีกจุดหนึ่งในห้องนอนที่มักจะเกิดการสะสมของฝุ่นเอาไว้มากที่สุด และถ้าหากไม่ได้มีการทำความสะอาดแอร์เป็นประจำ ก็อาจจะเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดโรคภูมิแพ้ได้ 2.โรคหอบหืด โรคเกี่ยวกับทางเดินหายใจ หากเรานอนในห้องแอร์ที่มีฝุ่นเยอะๆ และไม่ได้มีการใช้ เครื่องฟอกอากาศในห้องนอน ก็อาจเกิดโรคที่เกี่ยวกับทางเดินหายใจได้ เพราะคนส่วนใหญ่ใช้เวลาในการนอนไม่น้อยกว่า 6 ชั่วโมง