รับดูแลผู้สูงอายุ เราจะเลือกอย่างไร ให้ปลอดภัยทั้งเราและคนป่วย

รับดูแลผู้สูงอายุ

สำหรับในปัจจุบันโลกเรานั้น “ผู้สูงอายุ” นั้นกำลังมีเพิ่มขึ้นอย่างมากในปัจจุบัน  ดังนั้นอาชีพที่มาพร้อม ๆ กับการมากขึ้นของผู้สูงอายุนั้นคือ รับดูแลผู้สูงอายุ ที่มีหลาย ๆ แบบเช่น ดูแลผู้ป่วยติดเตียง หรือ ดูและเจ้าหญิงนินทรา หรือดูและผู้สูงอายุธรรมดา หรือแม้แต่ผู้ป่วยที่เป็นผู้สูงอายุ และเราจะเลือกอย่างไรละครับ สำหรับรับดูแลผู้สูงอายุ อย่างไรให้ไว้ใจได้ทั้งเรา และ ทรัพย์สินของเรา

ศึกษาประวัติให้ดี

            สำหรับในพอทผู้จะเจ้ามาสมัคร รับดูแลผู้สูงอายุ นั้นจะต้องควรศึกษาประวัติให้ดี และต้องดูว่ามีความน่าไว้ใจไหม ?  เพราะว่าแต่ละคนที่เข้ามานั้นเราไม่รู้เลยว่าที่ผ่านมาเขาเป็นอย่างไร ดังนั้นทางที่ดีเราต้องศึกษาประวัติของเขามาก่อน ก่อนที่จะรับเขาเข้ามา

มีความชำนาญ

            สำหรับในส่วนของสิ่งที่เราต้องดูต่อมาในเรื่องของความชำนาญ นั้นคือจะต้องมีความสามารถพอสมควร ไม่ใช่แค่เรื่องการดูแลผู้สูงอายุที่มีความจำเป็นแต่ต้องมีในเรื่องของการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าด้วย เพราะการดูแลนั้นจะควบคู่ไปกับการรักษาด้วยการที่เราจะรักษาและหายเร็วนั้นก็ขึ้นอยู่กับความชำนาญในการรักษาด้วย

สภาพและสิ่งแวดล้อมของผู้สมัคร

            สภาพแวดล้อม สภาพจิตใจ ของผู้ที่เข้ามารับดูแลผู้สูงอายุ นั้นก็สำคัญต่อการคัดเลือกเหมือนกัน เพราะถ้าหากว่าเขามาในสภาพแวดล้อมที่ไม่ดี ไม่เอื้ออำนวย นั้นการที่เขาจะมาดูและนั้นอาจจะมีความผิดพลาด และ ขาดตกบกพร่องด้วยก็ได้ ดังนั้นสิ่งแวดล้อมที่ดีก็เป็นของที่เราควรพิจารณาด้วยเช่นกัน

ความสามารถในการขับรถ

            ทักษะในการขับรถนั้นจำเป็นเหมือนกัน เพราะถ้าหากว่าเรามีรถอยู่บ้านแต่ว่า เราไม่สามรถอยู่บ้านได้ และเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉินขึ้น ทักษะการขับรถของผู้สมัครรับดูแลผู้สูงอายุ นั้นจะช่วยและจำเป็นอย่างมาก ลองคิดดูนะครับหากเกิดเหตุฉุกเฉินขึ้นและมีคนขับรถเป็นกับรถรถพยาบาลมารับอะไรจะดีกว่า ?

ค่าใช้จ่าย

            ในเรื่องของค่าใช้จ่ายนั้นก็จำเป็นเหมือนกันเพราะ ถ้าหากว่าค่าใช้จ่ายสูงเกินไปเกินรับไหวก็อาจจะไม่ดีต่อเราก็ได้ ดังนั้นในเรื่องของค่าใช้จ่ายนั้นก็จำเป็นด้วยเช่นกัน ที่เราจะต้องพิจารณาด้วยเช่นกัน

                และนี้เป็นข้อมูลที่เราไว้ใช้เลือกคนที่จะมา รับดูแลผู้สูงอายุ ของเราโดยเฉพาะข้อสำคัญนั้นคือประวัติและความน่าเชื่อถือเพราะคนที่เรารับมาดูแลนั้นหมายความว่าจะต้องเข้ามาในบ้านเราและทรัพย์สินของเราด้วยเช่นกันดังนั้นจะต้องใช้ความระมัดระวัง และเลือกจากคนที่น่าไว้ใจได้นะครับ จะได้ไม่ต้องเจอปัญหาปวดหัวตามมาทีหลัง

Related Post

ตรวจปัจจัยเสี่ยง

เหตุผลที่ต้องตรวจสุขภาพก่อนเข้าทำงานทุกครั้งเหตุผลที่ต้องตรวจสุขภาพก่อนเข้าทำงานทุกครั้ง

สิ่งที่เราต้องเจอ ไม่ว่าจะเข้าทำงาน หรือว่าไปสมัครงานยที่ใดก็ตาม มักจะมีการตรวจสุขจภาพทุกครั้งเสมอ หลายคนก็สงสัยว่าจะตรวจมากทำไม เพราะถึงอย่างไรเราก็สามารถทำงานได้อยู่แล้ว ไม่ได้พิการอะไร นี่จึงเป็นข้อสงสัยที่หลายคนยังไม่รู้ แต่ความเป็นจริงแล้ว มันก็ถือว่าสำคัญเหมือนกันสำหรับการ ตรวจปัจจัยเสี่ยง ในการทำงาน อย่างน้อยที่สุด มันก็เป็นเหมือนใบรับรอง ว่าเราสามารถที่จะทำงานได้ และสุขภาพไม่บกพร่องที่อาจจะเป็นอันตรายต่อการทำงานได้ ลองมาดูสาเหตุที่แท้จริงกัน ว่าเขาตรวจไปเพื่ออะไร -ป้องกันอันตรายที่จะเกิดขึ้น เพราะงานบางอย่างมันก็มีความเสี่ยงเหมือนกัน อย่างเช่นงานที่เสี่ยงต่อโรคหัวใจ งานที่เสี่ยงต่อการหน้ามืดเวลาทำงาน ซึ่งงพวกนี้มันสามารถเป็นอันตรายถึงชีวิตได้เลย หากเราไม่รู้ข้อมูลเกี่ยวกับสุขภาพของตัวเราเอง ทางบริษัทเขาจึงต้องให้ ตรวจปัจจัยเสี่ยง ก่อนที่จะเริ่มงาน เพื่อที่จะได้รู้ประวัติการเจ็บป่วย หรือโรคต่างๆ ที่จะต้องระวัง

การวิ่งกับการลดน้ำหนัก

เทคนิคการวิ่งกับการลดน้ำหนักเทคนิคการวิ่งกับการลดน้ำหนัก

การวิ่งเป็นกีฬาที่อยู่ในช่วงกระแสนิยม ทุกอาทิตย์จะมีการจัดวิ่งเพื่อการกุศลหรือวิ่งเพื่อเงินรางวัล กีฬาวิ่งเป็นการออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอที่ช่วยกระตุ้นการเต้นของหัวใจ ดังนั้นสำหรับผู้ที่ต้องการลดน้ำหนักแล้ว การวิ่งจะช่วยลดน้ำหนักในช่วงแรกได้อย่างรวดเร็วดีกว่าการเข้าฟิตเนสเพื่อเล่นเวทเทรนนิ่งสร้างกล้ามเนื้อ ซึ่งเทคนิคการวิ่งที่ช่วยลดน้ำหนักแบบถาวร คือ 1.วิ่งช้า ๆ ก็ลดน้ำหนักได้แล้ว  การวิ่งช้าสามารถเผาพลาญไขมันได้ดีกว่าการวิ่งเร็ว ดังนั้นการวิ่งจึงสามารถช่วยลดได้ทั้งไขมันและลดน้ำหนักได้ทั้งสองอย่าง เพียงแค่ปรับระดับการวิ่งให้เหมาะสม โดยหากต้องการลดไขมันให้วิ่งช้า ๆ เพื่อที่ร่างกายจะสูดเอาออกซิเจนเข้าปอดได้ในปริมาณมากขึ้น ออกซิเจนที่เข้าสู่ร่างกายจะเข้าไปกระตุ้นกระบวนการดึงไขมันออกมาเป็นพลังงานให้กับร่างกายในการวิ่ง จึงช่วยลดปริมาณไขมันในร่างกายให้ลดลง ดังนั้นหากต้องการวิ่งเพื่อลดน้ำหนักไม่จำเป็นต้องวิ่งเร็วให้เหนื่อยหอบ แต่ควรวิ่งช้าเป็นเวลา 30 – 50 นาทีต่อวัน อาทิตย์ละ 3-5 วัน และควรหยุดพักอย่างน้อย 1 วันต่ออาทิตย์

อากาศในห้องนอน

นอนในห้องแอร์ มีความเสี่ยงเกิดโรคอะไรได้บ้างนอนในห้องแอร์ มีความเสี่ยงเกิดโรคอะไรได้บ้าง

เครื่องปรับอากาศเป็นอีกหนึ่งเครื่องใช้ไฟฟ้าที่มีกันแทบทุกบ้าน เนื่องด้วยอากาศประเทศไทยที่ร้อนอบอ้าว ทำให้เครื่องปรับอากาศเป็นสิ่งที่จำเป็น จนบางคนนอนไม่ได้เลยถ้าไม่ได้เปิดแอร์ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ถึงแม้ว่าแอร์จะมีประโยชน์ในการทำห้องให้เย็น แต่รู้หรือไม่ว่าแอร์ก็มีข้อเสียบางอย่างเช่นกัน นั่นก็คือเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดโรคได้ ดังนั้นหากคุณมีเครื่องปรับอากาศติดตั้งเอาไว้ที่บ้านหรือในห้องนอน สิ่งสำคัญก็คือต้องหมั่นทำความสะอาดอยู่เสมอและควรมี เครื่องฟอกอากาศในห้องนอน ติดตั้งเอาไว้ด้วย ลองมาดูว่าความเสี่ยงของโรคที่เกิดจากการใช้เครื่องปรับอากาศนั้นมีอะไรบ้าง โรคที่เกิดจากการใช้เครื่องปรับอากาศ 1.โรคภูมิแพ้ เป็นโรคที่จะเกิดอันดับแรกๆ ทันทีเมื่อห้องนอนสกปรก มีฝุ่นเยอะ ซึ่งแอร์ก็เป็นอีกจุดหนึ่งในห้องนอนที่มักจะเกิดการสะสมของฝุ่นเอาไว้มากที่สุด และถ้าหากไม่ได้มีการทำความสะอาดแอร์เป็นประจำ ก็อาจจะเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดโรคภูมิแพ้ได้ 2.โรคหอบหืด โรคเกี่ยวกับทางเดินหายใจ หากเรานอนในห้องแอร์ที่มีฝุ่นเยอะๆ และไม่ได้มีการใช้ เครื่องฟอกอากาศในห้องนอน ก็อาจเกิดโรคที่เกี่ยวกับทางเดินหายใจได้ เพราะคนส่วนใหญ่ใช้เวลาในการนอนไม่น้อยกว่า 6 ชั่วโมง